個人檔案Spacing Life相片部落格清單更多 工具 說明

Spacing Life

M. AM

職業
居住地
8 July

Crisis Core

Crisis Core : Final Fantasy VII เป็น 1 ใน Complination of Final Fantasy VII ค่ะ
 
ออกมาปีนึงได้แล้ว
แต่เนื่องจากเพิ่งจะเล่นจบ ขอเขียนบล็อคถึงหน่อยเถอะ
 
เราเองก็เรียกได้าเป็นแฟนของ FF7 เหมือนกัน !
 
จากในความทรงจำ
ใน FF7 หมั่นไส้คลาวด์เหลือเกิน
เนื่องจากยังง้องแง้ง เลยยังไม่แน่ใจอยู่ดีว่าใครเป็นนางเอกตัวจริง
ในใจก็ ให้เป็นทิฟ่าเหอะ
เพื่อนสมัยเด็ก คอยให้กำลังใจเสมอ ต่อสู้เคียงข้าง
 
พอได้มาเล่น CC เหมือนเป็นการย้ำว่า
ใน FF7 ทิฟ่านี่แหละ นางเอก
 
แล้วเอริธล่ะ ?
 
เอริธเป็นตัวละครหญิงที่มีบทบาทมาก
ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย แม้จะจากไปแล้ว ก็ยังช่วยโลกเอาไว้
 
เพราะลำพังตาคลาวคงได้แค่เอาดาบกระโดดฟัน อิอิ
 
ใน CC
เล่นเป็นแซ็คค่ะ
เนื้อเรื่องเกิดขึ้น ก่อนที่จะเป็น FF7
เหมือนกับเล่าถึงความเป็นมา ต้นเหตุทั้งหมด
(ต่อไปนี้สปอยนะ)
และแน่นอน
ถ้าจุดจบมันดี ก็คงจะไม่มี FF7
 
ความรักที่สิ้นหวังของเอริธ จนทำให้เห็นเงาคนรักเก่าในตัวคลาวในภาค 7
 
ความรักที่ไม่ได้ตอบแทนของแซ็ค ... จนทำให้คนที่รออยู่เสมอหมดกำลังใจ
 
จดหมาย 89 ฉบับที่เขียนถึง
จดหมาย 88 ฉบับที่ไปไม่ถึงผู้รับ และอีก 1 ฉบับ ที่ผู้รับไม่สามารถตอบกลับได้
 
ต่อสู้ ฝ่าฟัน จนสุดท้ายก็เสียท่า
 
ได้แต่มอบสัญลักษณ์ของเกียรติของทหาร ความฝัน และความทรงจำให้คลาวด์ต่อไป
 
ให้คลาวเป็นตัวแทนการมีอยู่ของแช็ค
 
ให้คลาวเป็นเครื่องหมายของการเป็นวีรบุรุษของแซ็ค
 
...
 
You are my HERO.
 
 
เล่นจนจบ แล้วมันเศร้า
รู้อยู่ว่ามันต้องเศร้า แต่มันก็อดอินไม่ได้ 555
 
เล่นแล้วชอบแซ็คมาก ๆ
 
และคู่รักคู่นี้ กลายเป็นว่า ชอบที่สุดแล้วสิ
 
โอ๊ย ๆๆ
 
แซ็คเท่ คลาวด์ง่อย 55
 
แต่คลาวน่ารักนะ
 
 
จิงจิง ๆ
27 May

สิ่งที่ที่นี่มี และที่นั่นไม่มี

ไปฝึกงานที่ SNCT มาค่ะ
 
เนื่องจากบล็อคเป็นบ้าอะไรไม่รู้ เลยอัพรูปไม่ได้
 
เซ็ง
 
การที่ไปอยู่ที่เซ็นไดมาเดือนนึง ทำให้รู้ว่า
 
ที่ไทยเองก็มีสิ่งที่ที่นั่นไม่มีเหมือนกันนะ !
 
คือ
1. กระดาษทิชชูที่แสนนุ่ม .... ที่นั่นมันหยาบกร้านมาก
2. ยุง .... จริงจังเลย กลับมาโดนกัดปไม่ต่ำกว่า ยี่สิบที
 
 
 
 
 
(อย่าสนใจเลย เราบ้าน่ะ)
18 April

หนีร้อน

อากาศมันร้อนน่ะ ....
 
 
แอร์ก็เสีย .....
 
 
ขนาดฝนตกแล้วยังร้อน .........
 
 
แต่
 
อีก 2 วัน
เราจะหนีร้อน เย้
 
 
ไปเจออากาศ 10-15 องศาแทน (ดีหรือไม่ดีเนี่ย) .....
 
-----------------------
 
กลุ้มใจระหว่าง
1.PSP
2.Wii
3.PS3
 
....
3 March

YUI - Skyline

ดูเหมือนว่าจะคิดมากเกินไปหน่อย
ในห้องที่นอนไม่หลับ
 
ดูเหมือนจะกล้าบินออกไปในคืนนี้
แล้วก็ถอนหายใจลงไปบนขอบหน้าต่าง
 
ทั้ง ๆ ที่อยากจะบินไปออกไป
ให้ไกลออกไป พ้นจากแสงจันทร์ไป
ทำอย่างไรดีนะ ?
 
I want to fly well  I want to fly well
แค่ฉันไม่รู้วิธีบินเท่านั้น ...
I want to fly well  I want to fly well
ถ้ามีใครสักคนสอนก็คงจะดี
 
ก็แค่เป็นเรื่องที่ยังไม่มีใครรู้แน่นอน
โทรทัศน์ก็เอาแต่พูดโกหก
 
ระหว่างที่ฝนกำลังตก ไม่ว่าเมื่อไหร่
อยู่อย่างนี้ไม่ได้แล้ว
ถึงจะต้องเปียกไปทั้งตัว ก็ไม่เป็นไร
 
I want to fly well  I want to fly well
เพื่อให้รู้วิธีที่จะโบยบิน
I want to fly well  I want to fly well
ฉันต้องออกไปยังท้องฟ้า to skyline
 
รอโอกาสไม่ได้แล้ว
รุ่งเช้าที่ไม่เปลี่ยนแปลงวนกลับซ้ำไปซ้ำมา
นับได้เท่าไหร่แล้วนะ ท้องฟ้าที่ฉันวาด
 
ฉันไม่รู้วิธีที่จะโบยบิน ฉันจะบินได้รึเปล่าก็ไม่รู้
I want to fly well  I want to fly well
แต่ถึงอย่างงั้น ฉันก็จะบิน
 
 
---------------------------
 
สารภาพว่าเพิ่งได้มา
ชอบจัง
ชอบเนื้อเพลง
มาก ๆ
ซะด้วย
1 January

Happy New Year 2008

สวัสดีปีใหม่ค่ะ
ให้สิ่งที่ไม่ดีผ่านพ้นไปกับปีเก่า ๆ และให้ปีใหม่นำเอาสิ่งดี ๆ มาแทนนะคะ
 
ขอให้ปี 2008 เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุข สงบสุข คิดอะไรได้อย่างงั้น ความซวยผ่านพ้น ความโชคดีแทนที่
 

 
เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้ดู Nada Sou Sou กับเขาซักที
 
ด้วยความโง่ ทำให้เพิ่งรู้ว่า Tsukamoto Takashi เล่นเป็นเพื่อนพระเอก - -
โถ ๆ ไม่งั้นนะ ต่อให้สอบก็จะไปดู !
 
เพลงต่อไปนี้ คือเพลง Sanshin no Hana
 รู้สึกจะเป็นเพลงที่เอาไปเขียนใหม่เป็นเพลง Nada Sou Sou แล้วนำมาสร้างเป็นหนังอีกทีนึง
 
ใครมีไฟล์เป็น mp3 ก็ช่วยสงเคราะห์หน่อยเต๊อะ อยากได้ง่ะ (เอาnada sou souด้วย)
 
  
19 December

Phukradueng Trip 11-15 DEC 2007

11 ธันวาคม 2550

เนื่องจากมีสอบสัมภาษณ์โตไก ไมสุรุ และเซ็นได จริงตกลงกันว่า ไปเจอกันที่ลาดกระบัง
นัดกันซื้อข้าวของจำเป็น เครื่องใช้ อาหาร และเครื่องดื่ม ตอน 1 ทุ่ม
จนในที่สุด ออกจากลาดกระบังตอน 2 ทุ่มเกือบ ๆ สามทุ่ม ไปถึงที่หมอชิตตอน 3 ทุ่มครึ่ง .... แต่เนื่องจากรอบรถ 4 ทุ่ม 15 เลยได้แต่นั่งรอ 555
 
รถมาจริงๆตอนประมาณ 4 ทุ่มครึ่ง แล้วพอขึ้นรถ เนื่องจากฟิตกันจัด เจ้ามือป๊อปเปิดวง เล่นไปซักพักก็ Zzzz... (แบบปวดขา และปวดคอ)
 

12 ธันวาคม 2550

ถึงผานกเค้าตอนประมาณ 6 โมงเกือบ ๆ 7 โมงได้
พอถึงก็ล้างหน้าแปรงฟัน และกินข้าว
สภาพอากาศอนลงจากรถหนาวจับใจ จนพากันคิดว่า นี่ยังอยู่บนพื้น แล้วบนภูมันจะขนาดไหน !!
 
 ว่าแล้วก็เหมารถสองแถวไปตรงตีนภูกัน !
 
ไปถึงตีนภูก็ตัดสินใจฝากของไว้ให้ลูกหาบแบก หวังว่าจะเดินขึ้นไปสบายขึ้น
 
 
แต่การพิชิตภูไม่ง่ายเท่าที่คิดน่ะสิ !
เดินไปซักพักก็เจองูสองตัวกำลังทำไรไม่รุ
กว่าจะพิชิตกม.แรกได้ ก็เหนื่อยแล้ว เอ นี่เราแก่แล้วเหรอ ?
 
ยิ่งสูงยิ่งหนาว ไม่จริงแต่อย่างใด เพราะนี่มันยิ่งสูงยิ่งร้อน ! จากที่ใส่เสื้อกันหนาวกันเต็มที่ ค่อยๆถอดกันจนหมด = =
แต่ที่ทำให้รู้จริงๆก็คือ ยิ่งสูงยิ่งเหนื่อยง่าย หรือว่าเพราะความเหนื่อยสะสมจากข้างล่างก็ไม่รู้เหมือนกัน
 
และที่นรกสุดคือ 1.3 กิโลสุดท้ายที่แสนลาดชัน และมนุษย์กลัวความสูงอีกคนสองคนแถวนี้ ที่ไม่กล้าขึ้นบันได 555
 
และแล้วพวกเราก็พิชิตภู เฮ้ !!
 
 
 
หลังจากรับเต๊นและเช่าถุงนอน เราก็พากันไปอาบน้ำ ที่ โ ค ต ร เ ย็ น !!
และเนื่องจากเหงื่อยออกเยอะมาก ทำให้ต้องสระผม
และคุณปุ๊กของพวกเราเอาแชมพู head and sholder สูตรหอมเย็นสดชื่นไป
............. (คงรู้กัน)
 
แต่เรื่องซวย(?)ที่สุดคงไม่แค่นั้น เมื่อตอนที่ผู้หญิงไปอาบน้ำ
ปุ๊กที่กำลังสระผมอยู่ส่งเสียงมาว่า "กรี๊ดด น้ำไม่ไหล"
เน้นว่ากำลังสระผมอยู่ 5555
(แต่สุดท้ายก็เปลี่ยนห้องได้โดยสวัสดิภาพ)
 
หลังจากนั้นก็พากันไปกินข้าว โดยที่คุณป้าเกิดติดอกติดใจป๊อป บอกว่าเราเคยเจอกันตอนเดือนตุลา(ฮา)
พวกเราเลยนั่งดื่มชาไปประมาณสามกา
 
แล้วก็กลับเต๊น ... เล่นไพ่ต่อ !!!
 
เกมยอดฮิตนอกจากป็อกแล้วก็คือ จับโจร
 
แต่พอเล่นไปซักพักก็โดนว่า เนื่องจากหัวเราะเสียงดังเกินไปหลังสี่ทุ่ม ทำให้ต้องแยกย้ายกันไปนอน

13 ธันวาคม 2550

ตื่นเช้า ... ตอนตี 4 ไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น
 
หนาว มาก มาก มาก
 
เนื่องจากเราขนเสื้อหนาวไปเกินพอ ทำให้ร่างกายอบอุ่น จนทำให้กลายเป็นฮีตเตอร์ของคนรอบข้าง 555
 
หลังจากนั่งรอไปเป็นชั่วโมง และถ่ายรูปบ้า ๆ บอ ๆ
พระอาทิตย์ขึ้นสวยสมกับที่รอคอยและทนหนาวมาก ๆ
 

รูปถ่ายนี่เน้นสองคนหลังหรือสองคนหน้ากันแน่น้า !
 
 
กลับจากผาไปที่เต๊น เพื่อเตรียมตัว
กินข้าว และทาครีมกันแดด (สำคัญมาก) ซึ่งดูเหมือนว่าพวกผู้ชายจะกังวลยิ่งกว่าผู้หญิง ทาครีมกันแดดจนหน้าเด้งกันถ้วนหน้า
 
และแล้ว 10โมง เราก็ออกเดินทางไปหาใบเมเปิ้ล
 
 
ใบเมเปิ้ล
 

ท่ามกลางใบเมเปิ้ล
น้ำตกถ้ำใหญ่ ที่สวยซะจนหายเหนื่อย

นอนถ่ายเป็นรักแห่งสยามกลางใบเมเปิ้ล
 
จากนั้นก็กลับเต๊น อาบน้ำตอน5โมงกว่า ๆ กินข้าว
 
แล้วก็เล่นจับโจรเหมือนเดิม ฮา ๆ
คืนที่สองนี้ ศิโดนป๊อปกับเมธที่กำลังได้ที่แกล้ง
แต่เอ ... ทำไมศิถึงเรียกกระป๋องเบียร์ว่ากระบอกได้ล่ะ !!
 
ปล. วันนี้เราได้คำศัพท์จากพจนานุกรมศิมาดังนี้ กระบอก มะอึก เยิง
 

วันที่ 14 ธันวาคม 2550

ตื่นมาท่ามกลางความหนาว เพราะเจ๊ปุ๊กนอนเบียดตกลงไปบนพื้นไม้
 
หลังจากที่ไปต่อราคากันอย่างระห่ำเมื่อวันที่ 13 วันนี้พวกเราเลยได้ขี่จักการทั้งวัน 10 คันในราคา 9 คน ได้ดูพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก ได้ไปถ้ำสอเหนือ มีแต่สระอโนดาตที่ไม่ให้ขี่จักรยานไป
 
ตื่นมากินข้าวตอนเช้า และเตรียมตัว ทากันแดด(กันจนหน้าเด้ง) และออกเดินทางเวลา 11 โมงกว่า ๆ ได้
 
ทัวร์ด้วยจักรยานแห่งแรกคือ ผาหมากดูกที่เคยมาเมื่อวันแรกตอนขึ้นจากภู
แต่เราลองไปถ่ายรูปกันอีกมุมแทน
 
ศิก็ช่างสังเกต ว่าทำไมป๊อปกับเมธใส่เสื้อสีโทนเดียวกัน แถมยังเสื้อกันหนาวสีเดียวกัน แล้วยังผูกเหมือนกันอีกตะหาก (แน่ะ ยกให้เลย)
 
หลักฐาน
 
ชื่อภาพคือ "เมื่อเราเจอทางแยก" (ลืมหมุนรูปอ่ะ)
 
 
ลิงสามตัว ปิดตา ปิดหู ปิดปาก ยิ้มแฉ่ง
 
หลังจากที่โดนลุงช่างยุร้านข้าวแกงบอกว่า "ไม่ต้องไปสระแก้วหรอกน้อง น้ำน้อยไม่สวย เป็นลำธารเล็ก ๆ ไปสระอโนดาดดีกว่านะ เดินไปแค่ครึ่งชั่วโมงเอ๊ง สวยกว่าเยอะ ขยิบตา"
คุณปุ๊กเลยบอกให้ไปสระอโนดาด ด้วยการเดินเท้า ท่ามกลางแมกไม้ที่ไม่ค่อยจะร่ม และแดดตอนเที่ยง ไปกลับกว่า 5 กิโล !
 
 
 
 
และเมื่อคนบ้ากล่อง(ปุ๊ก)กับคนบ้าถ่าย(แจว)ปะทะกัน แทนที่จะได้เดินกลางแดดครึ่งชั่วโมง มันเลยกลายเป็นชั่วโมงครึ่งแทน ...
 
เมื่อไปถึงสระอโนดาด
โอ้โห สวย มาก มากกก
ความเหนื่อยล้าละลายหาไปกับวิวตรงหน้าจนหมดสิ้น เหลือเพียงแต่ความแค้นไว้แทน
สระน้ำที่อุดมไปด้วยน้ำ ขุ่น ๆ
ต้นสนที่เรียงรายเป็นฉากหลัง แต่มันก็ขึ้นอยู่ที่ข้างเต๊นเหมือนกัน
 
หลังจากสระอโนดาด ก็เคลื่อนทัพไปยังที่หมายต่อไป โดยีแทนเป็นผู้นำทัพ
 
 
ผา(ศิ)จำศีล
ผู้กล้าศิ
boy band

(รูปนี้มีคลิปเบื้องหลัง อยากดูกรุณาติดต่อ)
 
จากนั้นก็พากันขี่จักยานวิบากไปยังน้ำตกถ้ำสอเหนือ
 
เส้นทางมีสิ่งกีดขวางมากมาย ตั้งแต่ดินที่โคตรจะไม่เรียบ
หินเป็นขั้น ๆ
รากไม้ที่ขวางสลับไปมา
ทำเอาเจ็บก้นกันถ้วนหน้า
 
แต่อุปสรรคที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดของเจ๊ปุ๊ก น่าจะเป็น
"ทางโค้ง" และ "โคลน" แลบลิ้น
 
ตอนที่กำลังยืนคุยกับนักท่องเที่ยวแถวนั้น ก็ได้ยินเสียง "กรี๊ดดดด"
พากันหันไปมองที่ทางโค้ง
ปุ๊กกำลังพุ่งด้วยความเร็วสูงเข้ากอไผ่ ......... (แหกโค้งนั่นเอง)
-  -" ถึงจะบอกว่าเวลาขี่จักรยานถ้าหักเลี้ยวเลยมันจะล้ม แต่ก็ช่วงกะให้พอดีด้วยนะ -*- (แล้วก็คอยเบรค คอยชะลอตอนลงจากเนินด้วย)
 
แล้วก็ไปถึงถ้ำสอเหนือโดยสวัสดิภาพ(?)

ลิตก็กล้าเหลือเกิน @ ถ้ำสอเหนือ
 
สาเหตุที่ทำให้ปวดขากันถ้วนหน้า น่าจะเป็นขากลับจากถ้ำสอเหนือไปยังทางเลียบผานี่แหละ
ดังที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าอุปสรรคมากมายเหลือเกิน
แต่ที่หนักที่สุดคือ ทางเข้ามันเป็นทางลาดลง เพราะฉะนั้นขากลับเราเลยต้องถีบขึ้นเนิน ทั้งๆที่มีแต่รากไม้นั่นแหละ !
 
เลยวางแผนการขี่ว่า จะมีจุด check point ระหว่างทาง ทุก ๆ ที่ๆร่มไม้เพียงพอแก่การหลบ 555
 
แล้วก็กลับออกมาสำเร็จ และมุ่งไปสู่ "ผาหล่มสัก"
 
ผาหล่มสักขึ้นชื่อเรื่องวิวตอนพระอาทิตย์ตกดิน ดังนั้นจึงมีคนแห่กันไปเยอะมาก
 รวมถึงเด็กเกษตรที่เจอกันวันแรก ที่ตอนอยู่ที่ผาพยายามแอบถ่ายรูปป๊อปด้วย ฮา ๆ
 
และเนื่องจากมาถึงผาทั้งที
ทำให้เราทั้งสิบ ผลัดกันถ่ายรูปนั่งห้อยขาบนผา
จนสุดท้ายลืมถ่ายพระอาทิตย์ตกไปซะสนิท
 
 
หลังจากถ่ายรูปกันจนมืดถ่ายไม่ได้ ก็ไปเอาไฟติดหัว และยกขบวนกลับ
โดยมีปุ๊กและบอดี้การ์ดทั้งสามรั้งท้าย
 
ทุกๆครั้งที่เราหันหลังกลับไป จะเห็นจักยานคันนึงล้มและมีคนนั่งอยู่ข้าง ๆ อย่าแปลกใจเลย เพราะคนนั้นคือปุ๊ก !
 
กลับถึงเต๊นตอนประมาณสองทุ่มกว่า ๆ เนื่องจากว่าทั้งตัวมีแต่เหงื่อ ทำให้ต้องอาบน้ำ และสระผมตอน 3 ทุ่ม 
น้ำเย็นอย่างกับเอาน้ำเย็นในตู้เย็นมาแช่น้ำแข็งจากช่องฟรีซแล้วใส่เข้าไปในช่องฟรีซอีก5นาที
 
กลับจากอาบน้ำและรับประทานอาหาร เราก็พยายามมองหาฝนดาวตก แต่แล้วสุดท้ายก็มานั่งเล่นไพ่ในเต๊นตามเดิม
 
15 ธันวาคม 2550
 
เนื่องจากเมื่อคืนเล่นกันจนดึก และมีใครก็ไม่รู้บอกว่า เต๊นผู้หญิงอุ่นกว่า ก็เลยนอนอัดกันในเต๊นเดียวนี่แหละ
(โดยที่ลิตหนีไปนอนสบายอีกเต๊น)
 
สภาพตอนตื่น - - นอนไปได้
 
 หลังจากกินข้าวกันเสร็จตอนสิบโมง ก็ออกเดินทาง ลงจากภูค่ะ
 
คราวนี้คนนำขบวนไม่ใช่แทนแล้ว แต่เป็นต่ายกับโตน
เพราะต่ายต้องรีบไปให้ทันรถที่จะนั่งกลับบ้าน
เลยเดินนำไปก่อน
 
แต่ปัญหาคือ ใบเอาสัมภาระลูกหาบมันอยู่กับคุณชายป๊อป
 
เรากะลิตเลยต้องเดินติดสปีดไปหาต่ายกับโตนที่เดินเร็วจนหายไปจากระยะสายตาแล้ว
 
เอ่อ
 
จะบอกว่า
 
ต่ายกับโตนนี่เดินเร็วมาก ๆ
 
T T ทำเอาหอบแฮ่ก ๆ แถมกว่าจะตามทันก็เกือบๆถึงหลังแป
 
...
 
หลังจากนั้น(หลังจากต่ายกะโตนลงไปต่อแล้ว)
พวกเรา8ชีวิตที่เหลือ ก็ชิวต่อไป 5555555
 
ค่อย  เดินลงภู
 
เนื่องจากไม่ใช่การขี่จักรยาน
คนที่หกล้มบ่อยที่สุด
เลยกลายเป็น เราแทน - -"
 
ระหว่างทาง
ลิงศิก็โชว์ความสามารถในการปีนต้นไม้อีกครั้ง ฮา ๆ
ใครอยากได้คลิป ติดต่อได้เหมือนเดิม
 
 
หลังจากนั้นศิก็เกิดอาการเจ็บขา
 
วิธีแก้ไขคือ
ขั้นแรก ยัดทิชชูไว้ที่ทุกนิ้ว
ขั้นที่สอง ทำไมเป้นแบบนี้ไม่รุ
 
เนื่องจากขั้นที่สองอุบาดเกินทุกคนจะรับ เลยตัดใจ เดินถุงเท้าเปล่า !
(มั่นมาก)
จนสุดท้ายพัฒนาไปเป็นรองเท้าแตะ
 
หลังจากนั้นก็ลงภู และขึ้นรถกลับกทม.โดยสวัสดิภาพค่ะ ยิ้มแฉ่ง
 
 
 
เรื่องน่ารู้ของภูกระดึง .... พูดอะไรเจออย่างนั้น (จริง ๆ นะ) .... อย่างตอนลงจากภู เรากับเมธที่ลงความเห็นกันว่า นำแข็งที่อยู่บนภู ทำได้โดนการเอาน้ำมาแช่ตู้เย็นให้กลายเป็นน้ำแข็ง แต่จริง ๆ แล้ว ลูกหาบเขาแบกขึ้นมาทั้งน้ำแข็งต่างหาก !!
 
 
 
ปล. ทริปต่อไป ทีลอซู / เกาะล้าน *-*
1 December

แปลเพลงดีก่าเนอะ 最期の川

最期の川
แม่น้ำสายสุดท้าย
CHEMISTRY
 
なぜに空見上げるのだろう ?
どこかで立ち止まる度(たび)
誰にも話せない悲しみを
心が話しかける
ทำไมถึงต้องมองไปบนฟ้านะ ?
ทุก ๆ ครั้งที่หยุดยืนที่ไหน
จะใช้หัวใจคุยกับความเศร้าที่คุยกับใคร ๆ ไม่ได้
 
歩いて来た長い道を
ここから振り返れば
僕が思うよりも
輝いた日々だと教えられた
ถ้าหากว่าหันกลับไปจากตรงนี้
มองถนนอันยาวไกลที่เดินผ่านมา
จะเห็นว่ามันเป็นวันคืนที่สว่างไสว
ยิ่งกว่าที่ผมคิดซะอีก
 
どんな時も
僕のそばで
君がともに笑った
過ぎた歳月(とき)は
何が足りなくて・・・
でも 気づいたのは
”愛こそがすべて”さ
ไม่ว่าเมื่อไหร่
เธอจะอยู่ข้าง ๆ ตัวผมหัวเราะไปพร้อม ๆ กัน
วันคืนที่ผ่านมา
มันมีอะไรที่ขาดไป ...
แต่ที่รู้ก็คือ
"ความรักคือทุกสิ่ง"
 
※「幸せだった?」なんて
 聞かないでくれ
 愛しき人
 腕に抱きしめて
 僕が聞きたいよ
 君が幸せだったか?
 終わらない道は きっとない
 見送る人
 涙 拭いて
 背中 見届けて・・・
 僕は一人きり
 この川を 今 渡る※
"มีความสุขรึเปล่า?"
อย่าถามแบบนั้นเลยนะ
ที่รัก
ผมจะกอดเธอไว้ด้วยแขนของผม
ผมอยากได้ยินเหลือเกิน
เธอมีความสุขรึเปล่า ?
เส้นทางที่ไม่สิ้นสุดไม่มีอยู่จริงแน่นอน
คนที่มาส่งทำได้เพียงหลั่งน้ำตาและมองตามหลังไป
ผมจะข้ามแม่น้ำเส้นนี้ไปเพียงลำพัง
 
僕がいなくなった後は
時々 空見上げて
หลังจากที่ผมไม่อยู่แล้ว
บางครั้งก็มองขึ้นไปบนฟ้านะ
 
君のことを ずっと
太陽の近くで見守ってる
ผมจะคอยเฝ้ามองดูแลเธอ
จากที่ ๆ ใกล้ ๆ กับดวงอาทิตย์เสมอ
 
姿かたち 
見えなくても
きっと君は 感じる
目を閉じれば
懐かしいぬくもり
そう 孤独を包む
僕は日差しになる
ถึงแม้จะไม่เห็นรูปร่างและตัวตน
แต่เธอจะรู้สึกถึงได้แน่นอน
ถ้าหลับตาลงแล้ว
ความอบอุ่นที่หวนหาจะห่อหุ้มความเหงา
ผมจะกลายเป็นแสงอาทิตย์
 
どれだけ愛してたか?
思い出して
大事な人
君を残すこと
それがつらかった
前へ歩いて欲しい
永遠の愛はきっとある
忘れないで
一人じゃない
離れ離れ手も
君のその胸に
僕はまだ生きている
รักมากเท่าไร ?
คิดให้ออกสิ
เธอผู้แสนมีค่า
การที่ต้องทิ้งเธอไว้
เป็นสิ่งที่ขมขื่นเหลือเกิน
ผมอยากให้เธอก้าวเดินต่อไปข้างหน้านะ
ความรักนิรันด์มีอยู่จริงแน่นอน
อย่าลืมนะ
ว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
ถึงแม้จะแยกห่างกันก็ตาม
แต่ผมยังจะมีชีวิตอยู่ในหัวใจขอเธอ
 
(※繰り返し)
 
何も悔いはない
生まれてよかった
心から ありがとう
ผมไม่รู้สึกเสียใจอะไรเลย
กลับดีใจที่ได้เกิดมา
ผมขอขอบคุณจากหัวใจ
 
 -----------------------------
 
ตั้งแต่แปลเพลงเป้นงานอดิเรกมา
เพลงนี้เป็นเพลงที่เศร้าที่สุด
ยิ่งกว่า Hitomi wo Tojite
 
แต่ถ้าจะฟังให้ได้อารม
ต้องฟัง Hitomi wo Tojite ต่อจากเพลงนี้
มันจะเหมอืนเป็นภาคต่อกันเป๊ะ
 
เพลงนี้จะเป็นความรู้สึกจองคนที่จะกำลังตายค่ะ T T
ในขณะที่ Hitomi wo Tojite จะเป็นความรู้สึกของคนที่คนรักจากไป
 
T^T
 
ปล.แต่เพลงนี้เพราะมาก ฟังกี่ทีก้ชอบอ่ะ
 

สมุดเยี่ยม

แวะมาเยี่ยมแล้ว ก็อย่าลืมเช็นต์สมุดเยี่ยมล่ะ

請稍候...
很抱歉,您輸入的回應過長。請縮短您的回應。
您尚未輸入內容,請再試一次。
很抱歉,目前無法新增您的回應,請稍後再試。
若要新增回應,您的父母必須先給您權限。要求權限
您的家長已關閉回應功能。
很抱歉,目前無法刪除您的回應,請稍後再試。
您已超過每日回應上限次數,請於 24 小時後再試一次。
由於系統顯示您可能傳送垃圾郵件給其他使用者,因此您帳號中的回應功能已遭停用。 如果您認為自己帳號遭錯誤停用,請連絡 Windows Live 支援
請完成下列安全檢查,以完成回應。
您輸入的安全檢查字元必須與圖片或音訊中的字元相符。
แวะมาฟังเพลง 

AM ขอที่ฝากเพลงหน่อย  รบกวนด้วย 

แนะนำดู J-series เรื่อง 花ざかりの君たちへ~イケメン♂パラダイス [Hanazakari no Kimitachi e (สับขั้วมาลุ้นรัก) ]สนุกมาก   มีให้ยืม หุหุหุ

โชคดีในการสอบละ 


http://shensk123.hi5.com
10 月 8 日
8psOd_ _bOz撰寫:
เจ๋งๆๆ มีสมุดเยี่ยมด้วย
7 月 4 日
K w A n撰寫:
^___^
แอบอ่านมานานแล้วเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเม้นท์เลย
แวะมาลงชื่อค่า
6 月 17 日
(no name) 撰寫:
หลังจากแอบอ่านอย่างเดียวมานาน ไหนๆก็ได้เข้ามาอ่านอีก แอบ sign guestbook ให้แล้วกัน :P
ได้ข่าวว่าล้มบ่อยๆ (เอ...ไม่น่าจะเรียกว่าข่าวนะ เรียกว่าข้อเท็จจริงจะดีกว่า)
ไม่ว่าจะเพราะ clumsiness หรือจะเป็น unfortunate ก็ตามแต่...ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ(โดยเฉพาะเรื่องกระดูก)
ถ้าไม่นับเรื่องล้มแล้ว ผมว่าคนที่มีแนวคิดดีๆมีความสามารถอย่างแอมเนี่ย ต้องมีเรื่องดีๆเข้ามาในชีวิตเรื่อยๆอยู่แล้วล่ะครับ จริงไหมล่ะ? :P
6 月 14 日
Ampmie撰寫:
อึ๊...มีสมุดเยี่ยมด้วย !?!
เปิดเทอมแล้วไม่เจอหน้าแอมเล้ยย
คิดถึงโคด~ 55+ :D
6 月 7 日